เอ็ดดูเน็ต ทราเวลเป็นบริษัทวางแผนการท่องเที่ยวและให้บริการรถเช่าพร้อมคนขับ ในประเทศพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ย่างกุ้ง พระโค (บาโก) อินแขวน สิเรียม รวมถึงพื้นที่เมืองมัณฑเลย์ พุกาม (บากัน) และอินเลย์

Home       About us   Our Service         Packages       Story Sharing      Contact Us

Story Sharing by edunet

เที่ยวพม่าไม่ง้อไกด์ตอน มัณฑเลย์ กะพุกาม (ตามล่าบอลลูนและหลวงพ่อทองคำ) 2

จำนวนผู้เดินทาง: 3 คน

ค่าใช้จ่ายต่อคนรวมทุกสิ่งทุกอย่างในทริปแล้ว (ไม่มีกระเด็นจากกระเป๋าเพิ่มอีก รวมของฝากด้วยนะ) คนละ 12,200 บาท

สถานที่ไปเยี่ยมชม: มัณฑเลย์และเมืองพุกาม

ช่วงเวลาที่ไป: มีนาคม 2559

กล้อง: SONY XPERIA Z3 และ SONY ACTION CAM ครับ

 Legendary bridge

จากตอนที่แล้ว (http://www.oknation.net/blog/acesee/2016/04/13/entry-1) เราได้เดินทางจากพุกามเข้าเมืองมัณฑเลย์ครับ โดยรายละเอียดการเดินทางมีดังนี้

13.30 . เราดินทางออกจาก เจดีย์ BU PAYA ตรงไปยังมัณฑเลย์โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยก่อนเข้าเมิงเราแวะกันที่สะพานไม้เบ็งอู (อังกฤษ: U Bein Bridge;) ก่อน เพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ตกดินสวยๆ ครับ ซึ่งเมื่อมาถึงคนเยอะมากแต่ก็ยังมีมุมสวยๆ ให้เราเก็บเป็นความพึงใจ

ประวัติโดยย่อของสะพานไม้แห่งนี้ สะพานที่ทำจากไม้ที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในตอนใต้ของเมืองอมรปุระ ประเทศพม่า สร้างจากไม้สักที่รื้อมาจากพระราชวังเก่าแห่งกรุงอังวะ เมื่อครั้งย้ายเมืองหลวงจากอังวะ มายังอมรปุระจำนวน 1,208 ต้น เพื่อใช้ทำเป็นเสา สะพานมีอายุกว่า 200 ปี สะพานอูเบ็ง ทอดข้ามทะเลสาบตองตะมาน มุ่งตรงไปยังเจดีย์เจ๊าต่อซึ่งอยู่อีกฟากของทะเลสาบ ชื่ออูเบ็งนั้นเป็นชื่อของขุนนางที่มีนามว่า “อูเบียน” พระเจ้าปดุงโปรดฯให้มาทำหน้าที่เป็นแม่กองงานสร้างสะพาน ซึ่งตั้งอยู่ที่อมรปุระก่อนจะเข้าถึงตัวเมืองมัณฑะเลย์  (ที่มา: หน้า 22 เรื่องเล่าจากต่างแดน, 'มัณฑะเลย์' วันน้ำนอง. เดลินิวส์ฉบับที่ 23,355: อาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2556 แรม 3 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเส็ง)

สะพานอูเบ็ง

สะพานอูเบ็ง

สะพานอูเบ็ง

สะพานอูเบ็ง

สะพานอูเบ็ง

รูปที่ 1-5 สะพานไม้เบ็งอูและสภาพโดยรอบ

หลังจากที่เราดื่มด่ำพระอาทิตย์ตกดินได้สักพักใหญ่เราก็หาไรกินในเมืงมัณฑเลย์ก่อนเช็คอินเข้าโรงแรมนอน ครับ (โรงแรมในเมืองมัณฑเลย์แอบเก่าและแพงครับ และเดี๋ยวผมจะมาอัพเดทราคาให้อีกทีนะครับ ขอแปะไว้ก่อน)

วันที่ 3 ระฆังยักษ์มินกุน - พระราชวังมัณฑเลย์ และมัณฑเลย์ฮิลล์

8.00 . เราตื่นกันมาแต่เช้าเพื่อเตรียมลุยมัณฑเลย์ครับวันนี้ ซึ่งที่แรกที่เราไปคือเจดีย์ MINHUN PAYA หรือ เจดีย์จักรพรรดิ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่โตมาก เสียดายที่ยังสร้างไม่เสร็จและยังมาเจอแผ่นดินไหว ข้างหน้าของเจดีย์จะมีซากของหลังสิงห์คู่ที่คอยปกป้องรักษาเจดีย์ เนื่องจากเป็นเจดีย์ใหญ่จึงสามารถเข้าไปชมพระปางค์ต่างๆ และยังสามารถที่จะขึ้นไปเพื่อดูวิวเมืองมัณฑเลย์จากด้านบนจดีย์ครับ (แต่ขอเตือนว่าข้างบนเจดีย์อันตราย มีรอยร้าวรอยแตกและร่องอาคารจำนวนมาก ไม่อย่ากคิดถ้าตกลงไป)

MINHUN PAYA

MINHUN PAYA

MINHUN PAYA
MINHUN PAYAMINHUN PAYA

รูปที่ 6-10  ภาพภายในเจดีย์ MINHUN PAYA หรือ เจดีย์จักรพรรดิ

เจดีย์จักรพรรด

เจดีย์จักรพรรด

รูปที่ 11-12  ภาพด้านบนเจดีย์ MINHUN PAYA หรือ เจดีย์จักรพรรดิ

10.00 . เราใช้เวลาค่อนข้างนานกับที่นี่ครับ เราเลยรีบวิ่งออกมาเพื่อเดินทางต่อแต่ก็ไม่วายมีแม่ค้าขายไอติมมะขาม เพื่อนๆ เลยซื้อกินกันแต่ผมกังวลใจเรื่องท้องเลยขอผ่านๆ ไป พอทานเสร็จเราเดินทางต่อไปยังเจดีย์ HSINBYUME PAYA ซึ่งมีประวัติโดยย่อคือ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2359 โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ (Bagyidaw) พระราชนัดดาของพระเจ้าปดุง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักต่อพระมหาเทวีชินพิวเม ซึ่งถึงแก่พิราลัยก่อนเวลาอันควร และได้รับสมญานามว่า "ทัชมาฮาล แห่งลุ่มน้ำเอยาวดี" (อ้างอิงจาก: http://www.oknation.net/blog/kittiwut/2014/01/11/entry-1)  และที่นี่จะมีพระประธานอยู่สององค์ข้างบนแต่เป็นะนำให้ไหว้พระนที่น่าสังเกตว่ามีการนพองค์ใหญ่มาซ่อนองค์เล็กกว่าที่อยู่ข้างในถ้าไม่ได้เข้าไปมองใกล้ๆ ข้างๆ จะไม่เห็นครับ (พอดีมีคุณลุงพม่าเห็นผมเงอะเงอะเงิ่นๆ แกเลยมาสะกิดและและแนะนำให้ไหว้พระองค์เล็ก (เดาว่าศักดิ์สิทธิ์กว่า) จากด้านบนของเจดีย์สามารถมองเห็น เจดีย์ MINHUN PAYA ได้อย่างชัดเจนครับ

HSINBYUME PAYA

HSINBYUME PAYA

HSINBYUME PAYA

รูปที่ 13-15  ภาพด้านในเจดีย์ HSINBYUME PAYA

10.30 . เราดื่มด่ำอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจออกมาเพื่อเดินไปตลาดเล็กๆ ตรงข้ามเจดีย์ ซึ่งเข้าไปก็ไม่มีไรมากครับที่เห็นว่าน่าสนใจสำหรับผมสุดคือน้ำอ้อยสดครับ สดจริงครับแต่ไม่ได้หวานมาตรฐานแบบบ้านเรา แต่ออกเปรี้ยวๆ หน่อย ผมไม่ค่อยชินครับ แต่เดาว่ามีประโยชน์มากกว่าน้ำตาลสดโครตหวานบ้านเราครับ จากนั้นเราเดินทางต่อไปดูระฆังยักษ์มินกุง (Mingun Bell) ครับซึ่งเป็นระฆังที่ใหญ่สุดในพม่าและมีน้ำหนักมากถึง 90 ตันครับ (ใหญ่แค่ไหนลองเทียบกับกลุ่มคนในภาพครับ)

ระฆังยักษ์มินกุง (Mingun Bell)

ระฆังยักษ์มินกุง (Mingun Bell)

ระฆังยักษ์มินกุง (Mingun Bell)

รูปที่ 16-18  ระฆังยักษ์มินกุง (Mingun Bell)

เราอยู่ที่ระฆังยักษ์มินกุง ไม่นานครับเพราะเป็นพื้นที่เล็กๆ ครับ เพียงแต่ความใหญ่ทำให้เราคิดครับว่าทำมาเพื่อ แต่ทุกอย่างก็อยู่ในที่และในเวลาที่มีความสมเหตุผลของมันครับ แต่ที่น่าตกใจเล็กๆ คือช่วงที่มีคนอยู่ข้างใน คนที่อยู่ข้างนอกบางคนก็อุตริไปตีระฆังครับ ไว้อาลัยคนที่อยู่ข้างในเลยทีเดียว

10.50 . เราเริ่มออกเดินทางอีกครั้งเพื่อไปยังสกายน์ (Sagaing) เป็นที่ตั้งของวัดเล็กวัดน้อยครับ (คล้ายโซนนิ่งวัดครับ มีทั้งวัดขทั่วไปและวัดของพระที่เป็นผู้หญิงครับโดยจะใส่จีวรสีชมพูแปลกตาครับ) สถานที่นี้ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำอิรวดี ตรงข้ามกับเมืองอังวะ เมืองสกายน์มีวัดทางพุทธศาสนาที่สำคัญหลายแห่ง เมืองสร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 เพื่อเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรของชาวไทยใหญ่ (ค.ศ. 1315–1364) เคยเป็นเมืองหลวงของพม่าระหว่างปี ค.ศ. 1760 ถึง 1763 ปกครองโดยพระเจ้ามังลอก ซึ่งสถานที่แรกที่เราจะไปคือเจดีย์กวงมูดอร์ (Kaung Hmu Daw Pagoda) หรือวัดเจดีย์นมนาง สร้างโดยพระเจ้าต้าหลู่ เมื่อปี ค.ศ. 1636 เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระเขี้ยวแก้วหรือพระทันตธาตุที่ได้มาจากลังกา เจดีย์นี้เป็นเจดีย์ทรงโอคว่ำแบบสิงหล หรือเจดีย์ทรงลังกา มีตำนานเล่าว่าองค์ระฆังทรงกลมผ่าครึ่งซีกนี้  ได้ต้นแบบมาจากถันพระชายาคนโปรดของพระเจ้าต้าหลู่ องค์เจดีย์มีความสูง 46 เมตรเส้นรอบวงวัดได้ 274 เมตร (อ้างอิงจาก: http://www.oknation.net/blog/kittiwut/2014/01/11/entry-1) ตรงท่าเข้าเจดีย์จะมีเจดีย์อีกอันนึงที่สามารถเข้าไปสักการะพระได้ (แต่ผมไม่ทราบชื่อเจดีย์นี้ และห้ามถ่ายรูปข้างในครับ)

เจดีย์กวงมูดอร

เจดีย์กวงมูดอร

เจดีย์กวงมูดอร

รูปที่ 19-21  เจดีย์กวงมูดอร์และพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายทนาคา

11.30 . เราออกเดินทางต่อไปยังสกายด์ ฮิลล์ ที่ที่เราสามารถมองเห็นแม่น้ำอิระวดีได้อย่างชัดเจนครับ รวมทั้งเรายังจะไปเก็บภาพของรูปปั้นพระสงค์ที่วางเรียงกับอย่างสวยงามครับ

เจดีย์กวงมูดอร

เจดีย์กวงมูดอรเจดีย์กวงมูดอร

สกายด์ฮิลล์

สกายด์ฮิลล์

รูปที่ 23-27  ลานโล่งและวิวบนสกายด์ฮิลล์

12.20 . จากจุดนี้เราจะย้อยลงเขาไปนิดนึงเพื่อไปที่วัด อู มิน ทอนเซ่ (U Min Thonze) ซึ่งจุดนี้จะมีวัดที่จะให้เราเห็นวิวของสกายด์ฮิลล์อีกด้านหนึ่งครับ และยังได้เก็บรูปวัดที่สะดากและมีเอกลักษณ์ครับ

วัด อู มิน ทอนเซ่

วัด อู มิน ทอนเซ่

วัด อู มิน ทอนเซ่

รูปที่ 28-30  ลานวัดวัด อู มิน ทอนเซ่

13.45 . เราค่อนข้างหิวมากครับเลยตัดสินใจลงไปในเมืองเพื่อหาข้าวกลางวันทานครับ และเมื่อเราทานกลางวันเสร็จแล้วผมก็สะดุดตากับร้านขายชาร้านนึงซึ่งพนกงานน่ารักครับ ผมก็เข้าไปอย่างหาญหล้าเพื่อสำรวจว่าร้านนี้มีอะไรบ้างและก็เลยสั่งชาขามุขมาแก้นึงครับหน้าตาเป็นแบบนี้ (ผมรู้สึกคาวาอี้มาก)

Hello kitty tea

รูปที่ 31  ชาไข่มุกร้าน HELLO KITTY

ขอจบตอนสองที่ตรงนี้นะครับยาวมาก อ่านตอนจบที่นี่ครับ


ตอน 3 เที่ยวพม่าไม่ง้อไกด์ตอน มัณฑเลย์ ‘กะ’ พุกาม ตอนจบ (นมัสการหลวงพ่อทองคำ)
ตอน 1 เที่ยวพม่าไม่ง้อไกด์ตอน มัณฑเลย์ ‘กะ’ พุกาม ตอน 1 (ตามล่าบอลลูนและหลวงพ่อทองคำ)   

ตอน 2 เที่ยวพม่าไม่ง้อไกด์ตอน มัณฑเลย์ ‘กะ’ พุกาม ตอน 2 (สะพานไม้ในตำนานและมัณฑเลย์)

 -------------------------------------------------------------------------------------------

หากใครสนใจอ่านรีวิวของทริปพม่า ณ ย่างกุ้ง หงสาวี อินแขวน และสิเรียม คลิกที่นี่ครับ (http://travel.edunetglobal.com/Storytelling/Yangon.html)




Addess